ไหว้หลวงพ่อเพชร ไปบึงสีไฟดูจรเข้ แล้วไปเที่ยวเมืองเก่าพิจิตร
ดูรูปได้ในบล็อกจากลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
http://www.oknation.net/blog/pradit/2009/01/06/entry-1
ไป... ไปเที่ยวเมืองพิจิตรกันครับ น้องกันหลานผมจะพาเที่ยวเอง....
หลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อเมืองพิจิตร แต่เชื่อว่าน้อยคนที่จะรู้ว่าเมืองพิจิตรมีของดีอะไรบ้าง
ปีใหม่นี้ฤกงามยามดีเลยขับรถเที่ยวซะเลย ตามน้องกันไปครับ....
ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไปนัก จากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ ๓๖๐ กิโลเมตร หรือใครที่ขึ้นเหนือไปเที่ยว ขากลับลองแวะเข้าเมืองพิจิตร ไหว้พระ เที่ยวเมืองเก่าก็เข้าท่าดีครับ
ที่แรกที่จะพาไปคือวัดท่าหลวงครับ วัดท่าหลวงเป็นอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่บนถนนบุษบาในตัวอำเภอเมือง เดิมทีเป็นตำบลท่าหลวงแต่ตอนหลังได้รวมเป็นตำบลในเมือง
วัดท่าหลวงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของพิจิตร คือหลวงพ่อเพชร
องค์หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร
เป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นแรกหล่อด้วยโลหะสำริด ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร สังฆาฎิสั้นเหนือพระอุระ ขนาดหน้าตักกว้าง ๒ ศอก ๑ คืบ ๖ นิ้ว สูง ๓ ศอก ๓ นิ้ว ที่ที่ประทับนั่งนบฐานที่มีรูปบัวคว่ำบัวหงายรอบรับ สร้างในระหว่างปีพุทธศักราช ๑๖๖๐ ถึง ๑๘๘๐ สร้างมาแล้วประมาณ ๘๘๒ ปี
นอกจากการกราบไหว้บูชาแล้วยังมีการยกช้างเสี่ยงทายด้วยครับ ใครปราถนาอะไรก้ลองไปอธิฐานแล้วยกช้างที่วัดท่าหลวงดูนะครับ
ผู้คนที่ไปไหว้หลวงพ่อเพชรนิยมบูชาหลวงพ่อด้วยไข่ต้ม เสร็จแล้วนำกลับไปรับประทาน มีความเชื่อว่าจะมีโชคลาภ (ผมก็เพิ่งรู้นะเนี่ย)
หน้าวัดท่าหลวงจะเป็นแม่น้ำน่านซึ่งเป็นสถานที่แข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน ผมเคยไปดูครั้งหนึ่งนานแล้ว คนเยอะมาก....ขอบอก การแข่งเรือของพิจิตรจะมีราวเดือนกันยายนครับ
จากวัดท่าหลวง ขับรถไปตามถนนบุษบา ถนนศรีมาลา ถนนราษฎร์วิถีประมาณ ๔ กิโลเมตร จะมีบึงน้ำขนาดใหญ่ชื่อบึงสีไฟ (สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ พิจิตร) ด้านหน้ามีจระเข้ยักษ์ภายในลำตัวใช้เป็นห้องประชุมได้ครับ
ครั้งก่อนน้องกันไม่กล้าเข้าใกล้ ตาขาวจริงๆ หลานเรา
------------------------------
ใกล้ๆ กันมีอาคาร ๙ เหลี่ยมอยู่ในบึงครับ เป็นที่แสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด
ลองเข้าไปดูกัน
ที่น่าผิดหวังนิดหน่อยคือตู้แสดงพันธุ์ปลามันดูทรุดโทรมไปหน่อยครับ ผนังตู้เป็นคราบ ไม่มีการจัดแต่งให้สวยงามเลย จำได้ว่าเคยมาดูตอนสมัยเด็กๆ สมัยที่เขาเปิดใหม่ๆ เขาทำไว้สวยเชียว อย่างไรฝากผู้เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยครับ
--------------------------------------------------------
ผมขับรถเรียบบึงไปตามถนนเส้นเล็กๆ แล้วไปถามทางชาวบ้านแถวนั้นว่าเมืองเก่าไปทางไหน
ไม่ไกลครับ แค่ ๗ กิโลเมตรผมก็มาถึงเมืองเก่าพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง
ผมไม่แน่ใจว่าตอนเป็นเด็กๆ ผมเคยมาที่นี่หรือป่าว เอาเป็นว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมมาแล้วจำความได้ก็แล้วกันครับ
ภายในกำแพงเมืองมีเนื้อที่ประมาณ ๗๐๐ ไร่เศษ ประกอบด้วยกำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุขชาติกาญจนกุมารซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๐ ทำให้มีต้นไม้ใหญ่หลายชนิด ร่มรื่นดีมากครับ
สิ่งที่เห็นเป็นสิ่งแรกคือวัดมหาธาตุ ซึ่งกรมศิลปกรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๘ ประกอบไปด้วยพระเจดีย์ทรงลังกาภายในมีพระเครื่องหลายชนิด ซึ่งได้ถูกลักลอบขุดค้นไป (ป้ายข้อความเขาบอกว่างั้น) ด้านหน้าของพระเจดีย์เป็นที่ตั้งของวิหารเก้าห้อง ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่ฐานและโคนเสา ด้านหลังพระเจดีย์เป็นพระอุโบสถ มีใบเสมา ๒ ชั้น
บริเวรเนินดินส่วนวิหารได้พบสิ่งก่อสร้าง ๒ ยุค คือสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา
โอ้โห.. พิจิตรบ้านผมมีประวัติยาวนานแฮะ...
ด้านข้างมีถ้ำชาละวัน เมื่อหลายสิบปีก่อนตอนผมเป็นเด็กๆ เคยได้ยินข่าวมีคนเข้าไปขโมยจระเข้ พญาชาละวันไปจากที่นี่ ทุกวันนี้เหลือแต่กรงป่าวๆ ครับ
ที่สุดท้ายเจ้าน้องกันพามาที่ศาลหลักเมืองพิจิตร
ผู้สร้าง (พระอาจารย์โง่น โสรโย) ประสงค์แสดงให้ประจักษ์ในเทพเทวดาสถิตอภิบาลรักษา ณ ศาลหลักเมืองแห่งนี้ ดังนี้
วสุเทพ คือ เทพที่สถิตอยู่ใต้ดิน อันได้แก่พ่อปู่หลักเมือง
กรุทรเทพ คือ เทพที่สถิตอยู่ระหว่างอากาศและพื้นดินอันได้แก่เสาหลักเมืองพิจิตร
อาทิตยเทพ คือ เทพที่สถิตอยู่ใน อากาศ น่านฟ้า
การจัดสร้างจึงให้สูงหรือต่ำกว่านี้มิได้ การขึ้นไปกราบไหว้หลักเมืองพิจิตรด้วยความเคารพจึงเป็นมงคลแก่ตน
(จากป้ายข้อความหน้าศาล)
หมดแล้วครับสำหรับพิจิตรในวันนี้ โกอาสหน้าจะหาเวลาว่างพาไปเที่ยวสถานที่เที่ยวที่อื่นๆ ในจังหวัดพิจิตรครับ
สวัสดีปีใหม่
-----------------------------------------------------------
จังหวัดพิจิตร
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พิจิตร เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีความหมายว่า "เมืองงาม" ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดพิษณุโลก มีแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมไหลผ่าน ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ในสมัยสุโขทัย ปรากฏข้อความในศิลาจารึกหลักที่หนึ่งของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และในศิลาจารึกหลักที่แปด รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า "เมืองสระหลวง" ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยารัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองโอฆบุรี" ซึ่งแปลว่า "เมืองในท้องน้ำ" ตามตำนานกล่าวว่า พระยาโคตรบองเป็นผู้สร้างเมืองพิจิตร แต่จะสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ นอกจากนี้เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาพิจิตรเป็นหัวเมืองชั้นตรี ตำแหน่งเจ้าเมืองมีปรากฏตามพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนฯ ว่า ออกญาเทพาธิบดีศรีรณรงค์ฤๅไชยอภัยพิรียภาหะ ศักดินา 5,000 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นขุนนางบรรดาศักดิ์ระดับสูง ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีหัวเมืองชั้นตรีเพียง 7 เมืองเท่านั้น คือ เมืองพิชัย เมืองพิจิตร เมืองนครสวรรค์ เมืองพัทลุง เมืองชุมพร เมืองจันทบูร และเมืองไชยา จึงนับว่าในสมัยโบราณพิจิตรเป็นเมืองที่ค่อนข้างจะมีความสำคัญสูง จนตำแหน่งเจ้าเมืองมีการตราไว้ในพระไอยการฯ ซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ตราไว้
ในสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองเช่นเมืองอื่น ๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งที่บ้านคลองเรียงซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ ลัดแม่น้ำน่านที่ตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา